OLD FoxBoard
foxboard Home FoxBoard



ยินดีต้อนรับ Guest ลงทะเบียน Login ค้นหากระทู้ แสดงรายชื่อสมาชิก
 หัวข้อสนทนาทั้งหมด
  ประกาศทั่วไป
 
ชื่อเรื่อง #02319 หัวข้อ: ตามรอยเส้นทางชีวิตโปรแกรมเมอร์FOXPRO เชิญตอบคำถามครับ ตั้งชื่อกระทู้ใหม่
ส่งข้อความโดย chokchai วันที่ 26 ส.ค. 2553 เวลา 19:45 น. - IP Logged
มุมมอง chokchai's ประวัติส่วนตัว ประวัติส่วนตัว   ค้นหากระทู้อื่นๆ chokchai ค้นหา   Quote chokchai Quote   Send Private Message ส่งข้อความ  
chokchai
Gold Member
Gold Member
Thailand
27 มี.ค. 2551
137 Posts

   วันก่อนไปทำงานให้กลับลูกค้า  ซึ่งบังเอิญไปเจอคนที่เคยรู้จักกันนานมาแล้ว  อยู่ๆก็มาเล่าเรื่องให้ฟัง ความว่า

"เมื่อก่อนนี้  หนูจะเป็นคนอารมณ์ร้อนโกรธง่าย  คือเพื่อนร่วมงานมันมาด่าว่าหนู  และหนูก็เก็บความโกรธไว้  เวลาเจอก็จะหาโอกาสเอาคืน  ความโกรธมันทำให้เราทุกข์ใจเอง  ทั้งๆที่ คนที่หนูโกรธมันไม่รู้เรื่องอะไรหลอก สุขภาพเราก็เสียเอง  ตอนหลังหนูคิดได้แล้ว  ถ้าใครด่าว่าอะไรก็ช่างมัน  แล้วทำให้จิดใจสงบขึ้น  ไม่ทุกข์ร้อนเหมือนสมัยก่อน "

   นี่แหละ พระพยอมเคยสอนไว้ว่า 

  • โกรธคือโง่ โมโหคือบ้า ไม่โกรธดีกว่า จะได้ไม่บ้าไม่โง่
  • เรายอมแพ้คน เพื่อเอาชนะกิเลส ดีกว่ายอมแพ้กิเลส เพื่อเอาชนะคน
  • คนที่ไม่ยอมให้อภัย อารมณ์จะบูดตอนเช้า อารมณ์จะเน่าตอนเพล อารมณ์จะเหม็นตอนค่ำ ฟึดฟัดฮึดฮัดอย่างกับเบนซินซุปเปอร์
  • การคิดดี เป็นมิตร การคิดชั่ว เป็นศัตรูอันร้ายกาจ
  • คิดทำลายผู้อื่นเท่าไร ตัวเองก็ต้องถูกทำลายเท่านั้น

 

 


ส่งข้อความโดย chokchai วันที่ 26 ส.ค. 2553 เวลา 21:25 น. - IP Logged
มุมมอง chokchai's ประวัติส่วนตัว ประวัติส่วนตัว   ค้นหากระทู้อื่นๆ chokchai ค้นหา   Quote chokchai Quote   Send Private Message ส่งข้อความ  
chokchai
Gold Member
Gold Member
Thailand
27 มี.ค. 2551
137 Posts

   สมัยก่อนตอนเป็นเด็ก ถ้ามีเรื่องทะเราะกับเพื่อน ก็จะมีการชกต่อยกัน เป็นเรืองปกติ  บางครั้งก็มีผู้ใหญ่เข้ามาห้ามปาม และผู้ใหญ่ที่ห้ามก็ไม่ใช่ใครที่ไหน  เป็นคนข้างบ้านนี่เอง ซึ่งก็ผ่านการติดคุกติดตารางมาแล้ว โดยเข้าสั่งสอนว่า   "จงเอาใจเขามาใส่ใจเรา"  ถ้าเราดีกับเพื่อน เพื่อนก็จะดีกับเรา  ถ้าเราด่าเพื่อน เพื่อนก็จะด่าเรา  ถ้าเราต่อยเพือน  เพือนก็จะต่อยเราเช่นกัน  สุดท้ายเจ็บทั้งคู่   ตอนนั้นน่าจะอายุสัก 12-15 ปี เห็นจะได้ ยังจำได้ถึงทุกวันนี้เลย  คำคม คำแรก ที่ได้มาสมัยเด็กๆ

  และวันนี้ได้สุภาษิต คำคม จาก INTERNET  ดังนี้

"เมื่อคุณจะทำธุรกิจใดๆ ก็ตาม  หากคุณชอบและรัก และพร้อมที่จะทุ่มเทให้กับมัน คุณจะต้องประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน  แต่คุณต้องลงมือศึกษาอย่างเป็นจริงเป็นจังด้วย "
โดย  ชัยยุทธ กรรณสูต

"อย่าลืมว่าในการประกอบธุรกิจ เก่งอย่างเดียวไม่ได้ ต้องเฮงด้วย และเก่งกับเฮงก็ใช้ไม่ได้แล้วในสมัยนี้ ต้องมีสายสัมพันธ์ทางธุรกิจด้วย และเรื่องนี้ผมก็สอนลูก ๆ ผมอยู่เสมอ "
โดย อุเทน เตชะไพบูลย์

"ผมบอกพนักงานอยู่เสมอ คือในโลกนี้ ไม่มีคนไหนเก่งไปตลอดกาล วันนี้คุณอาจเก่ง แต่พรุ่งนี้ อาจมีคนเก่งกว่าคุณ เพราะฉะนั้น คนใดก็ตามที่ภูมิใจว่า ตนเองเก่ง จงจำเอาไว้ได้เลยว่า ความหายนะใกล้มาถึงตัวคุณแล้ว ความโง่คืบคลานมาใกล้ตัวคุณแล้ว "
โดย ธนินท์ เจียรวนนท์

"ผมพร้อมจะเป็นน้ำนิ่ง อาจมีเขื่อนมาขวางหน้า แต่ถ้าวันใด ที่เขื่อนนั้นเปราะบาง และโอกาสแห่งการสำแดงพลังมาถึง ผมก็พร้อมจะกลายเป็นกระแสน้ำที่เชี่ยวกราก โหมกระหน่ำใส่ทุกสิ่งที่ขวางกั้น แม้กระทั่งเขื่อนที่ครั้งหนึ่งผมเคยสยบยอมก็ตาม "
โดย  เจริญ สิริวัฒนภักดี

"ถ้าคุณอดทน เพื่อจะทำอะไรสักอย่างให้สำเร็จ  คุณจำเป็นอย่างมากที่จะต้องลงมือศึกษาเรื่องนั้นๆ อย่างเป็นจริงเป็นจัง แต่ถ้าคุณไม่อดทน โอกาสที่คุณจะผิดพลาดก็ย่อมมีสูงเช่นกัน "
โดย  อนันต์ กาญจนพาสน์

"ผมมีหลักของอาจารย์ที่สอนผมอย่างหนึ่งว่า มนุษย์เกิดมาไม่มีใครเก่งที่สุด ดีที่สุด หรือแม้แต่เลวที่สุด เพราะคนที่ดีสุดและเลวที่สุด  ได้ตายจากโลกนี้นานแล้ว คนที่เหลืออยู่จึงเป็นเพียง ชีวิตที่มีขึ้นมีลงอย่างเดียว "
โดย  ไชยวัฒน์ เหลืองอมรเลิศ

"ไม่ว่าคุณจะทำอะไรก็ตาม คุณต้องศึกษาให้รู้แจ้งเสียก่อน ก่อนที่จะลงมือทำ และเมื่อลงมือทำแล้ว ก็ต้องทำให้จริงๆ จังๆ ให้มันรู้ไปเลยว่า เราทำไม่ไหวแล้ว "
โดย  ชวน ตั้งมติธรรม

"เวลามีปัญหาในองค์กร ปัญหาชีวิตและสุขภาพ จะมีทางแก้ไขปัญหาให้คลี่คลายหลายรูปแบบ แต่ที่สำคัญต้องมีสติ และมีความรักเป็นพื้นฐานสำคัญ จากนั้นจึงค่อยใช้ปัญญา เพราะปัญญาช่วยให้มองเห็นหนทาง ของการแก้ปัญหาอย่างชัดเจนที่สุด "
โดย  ชูเกียรติ อุทกะพันธุ์

"วิธีจัดการกับ ความฝัน คือการทำมันให้เป็นจริง”
โดย วงศ์ทนง ชัยณรงค์สิงห์

“จินตนาการ สำคัญกว่าความรู้”
โดย อัลเบิร์ต ไอสไตน์

“อัจฉริยะเกิดจากแรงบันดาลใจเพียง 1 เปอร์เซ็นต์ และอีก 99 เปอร์เซ็นต์คือความอุตสาหะ”
โดย โทมัส อัลวา เอดิสัน

“หากคุณเอาแต่ตัดสินคนอื่น คุณก็จะไม่มีเวลารักคนอื่นเช่นกัน”
โดย  แม่ชีเทเรซา

“ถ้าเราเชื่อมั่นว่าทำได้ ต่อให้ต้องย้ายภูเขาถมทะเลในที่สุดก็สำเร็จจนได้ แต่ถ้าใจเราคิดว่าทำไม่ได้แม้จะ ง่ายแค่พลิกฝ่ามือ ก็ยังไม่มีวันประสบความสำเร็จ”
โดย ด.ร.ซุนยัดเซ็น

“แม่น้ำสายหนึ่งมักเกิดจากสายธารเล็กๆ แม้แต่มหาสมุทรก็ยังมีบางเวลาที่แห้งผากผิดปกติ สิ่งที่เราหวังมากที่สุด ผลสุดท้ายมักล้มเหลว สิ่งที่เราตั้งความหวังไว้ต่ำที่สุด มักจะสำเร็จอย่างคาดคิดไม่ถึง”
โดย  วิลเลียม เชคสเปียร์

“ผู้ที่ไม่รู้จักใช้สติปัญญาให้เหมาะสมกับโอกาส คือคนดื้อรั้น ผู้ที่ใช้สติปัญญาไม่เป็น คือคนโง่ ผู้ที่ไม่กล้าใช้สติปัญญา คือทาส”
โดย เพลโต้


“สิ่งที่ทำให้เราหมดเรี่ยวหมดแรงนั้น หาใช่ภูผาที่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้าไม่ หากแต่เป็นทรายเม็ดเล็กๆ เม็ดหนึ่งในรองเท้าของเราเอง”
โดย  อี้หมิง

"มาไวไปสามชั่วโมง ดีกว่ามาช้าหนึ่งนาที "  โดย วิลเลียม  เชคสเปียร์

"ถามเขาอาจดูว่าโง่เพียง 5 นาที  แต่คนที่ไม่ถามสักทีอาจโง่ไปชั่วชีวิต "  (ภาษิตจีน)

"ความอ่อนแอที่แย่ที่สุดของมนุษย์คือการล้มเลิกเสียกลางคัน "    (โทมัส  เอดิสัน)

"จงทำลายศัตรูของท่านด้วยการทำให้เขาเป็นมิตร "    (อับราฮัม  ลิงคอล์น)

 


ส่งข้อความโดย chokchai วันที่ 26 ส.ค. 2553 เวลา 22:25 น. - IP Logged
มุมมอง chokchai's ประวัติส่วนตัว ประวัติส่วนตัว   ค้นหากระทู้อื่นๆ chokchai ค้นหา   Quote chokchai Quote   Send Private Message ส่งข้อความ  
chokchai
Gold Member
Gold Member
Thailand
27 มี.ค. 2551
137 Posts

    วันนี้มาทำงานที่ จ.สกลนคร  น่าจะอยู่สัก 3 วัน 3หน่วยงาน  รอบนี้น่าจะเหนือยหน่อย  แต่ก็ไม่เป็นไร กำลังใจยังดีอยู่  เพราะพัฒนาโปรแกรม จาก dos เป็น windows ได้หลายหมื่น แต่กว่าจะเสร็จงาน ก็ไม่รู้ว่าจะเหลือเท่าไหร่ เพราะเป็นการเหมาจ่าย แต่ลูกค้ารายนี้ ระบบงานยากกว่าที่อื่น  คงต้องมาหลายครั้ง  แต่วันนี้วันเดียว พัฒนาไป 4 ระบบโปรแกรม เหลืออีก 2 ระบบโปรแกรมที่ยาก และจะใช้เวลามากกว่า 

 

 


ส่งข้อความโดย chokchai วันที่ 26 ส.ค. 2553 เวลา 23:06 น. - IP Logged
มุมมอง chokchai's ประวัติส่วนตัว ประวัติส่วนตัว   ค้นหากระทู้อื่นๆ chokchai ค้นหา   Quote chokchai Quote   Send Private Message ส่งข้อความ  
chokchai
Gold Member
Gold Member
Thailand
27 มี.ค. 2551
137 Posts

ค้นหา  อุดมการณ์ที่น่าจะสำคัญที่สุดสำหรับชีวิต  

1. การทำจิตใจให้มีความสุข ผ่องใส คือคิดในทางที่บวก สวดมนต์  ภาวนา

2. สิ่งที่ทำให้อิ่มอกอิ่มใจมากที่สุด คือ ช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยาก การให้ทาน

 

3. ความล้มเหลวที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตเรา คือ ความอวดดี

4. ของขวัญที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตเรา คือ การให้อภัยและความเมตตา 

5. การกระทำที่โง่เขลาที่สุดในชีวิตเรา คือ การหลอกลวงเขา หรือถูกเขาหลอกลวง

6. สิ่งที่แสนสาหัสที่สุดในชีวิตเรา คือ ความอิจฉาริษยา

7. ความผิดพลาดมหันต์ที่สุดในชีวิตเรา คือ การยอมแพ้ตนเอง

 
 8. สิ่งที่เป็นอกุศลที่สุดในชีวิตของเรา คือ การหลอกตัวเอง
 
9. สิ่งที่น่าสังเวชที่สุดในชีวิตเรา ก็คือ การถดถอยของตัวเอง 
10. สิ่งที่น่าสรรเสริญที่สุดในชีวิตเรา ก็คือ ความอุตสาหะวิริยะ 
11. ความล้มละลายที่สุดในชีวิตเรา ก็คือ ความสิ้นหวัง
12. ทรัพย์สมบัติที่มีค่าที่สุดในชีวิตเรา คือ สุขภาพที่สมบูรณ์ 
13. หนี้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตเรา คือ หนี้บุญคุณ


14. ข้อบกพร่องที่ใหญ่หลวงที่สุดในชีวิตเรา คือ การมองโลกในแง่ร้ายและไร้เหตุผล

 


 


ส่งข้อความโดย chokchai วันที่ 27 ส.ค. 2553 เวลา 17:48 น. - IP Logged
มุมมอง chokchai's ประวัติส่วนตัว ประวัติส่วนตัว   ค้นหากระทู้อื่นๆ chokchai ค้นหา   Quote chokchai Quote   Send Private Message ส่งข้อความ  
chokchai
Gold Member
Gold Member
Thailand
27 มี.ค. 2551
137 Posts

   อุดมการณ์ที่น่าจะสำคัญที่สุดสำหรับชีวิต ข้อ 5 ที่ว่า 

     "การกระทำที่โง่เขลาที่สุดในชีวิตเรา คือ การหลอกลวงเขา หรือถูกเขาหลอกลวง "

น่าจะเข้ากับเพลงนี้นะ  หัวใจมักง่าย  ของ แช่ม แช่มรัมย์


มันก็ดีเหมือนกัน    ให้ใจมันเจ็บซะบ้าง 
มันจะได้เชื่อฟัง     ไม่รักใครง่ายอีกแล้ว             
มีหมดให้หมด       เลยต้องซดน้ำแห้ว 
อกหักเข้าแล้ว      เจ็บไหมละหัวใจ 

เธอก็อยู่ของเธอ       อ้ายเรามันแส่หาเรื่อง 
ชอบไปทำสิ้นเปลือง  เอารักไปฝากทำไม 
แต่เขาทำเขิน         ก็คิดเกินไปใหญ่ 
แล้วไง แล้วไง        ต้องมานั่งล้างท่อน้ำตา 

จดจำไว้นะใจเจ้ากรรม    ตอกและย้ำให้จำฝังใจ 
ใส่โอ่งหินฝังดินเอาไว้    อย่ามักง่ายรักใครอีกเด้อ 
คงอีกนานเหมือนกัน      หัวใจจะหายอักเสบ 
ถึงจะเจ็บเจ๊บเจ็บ          อย่างไรก็ขอบใจเธอ   

ที่ช่วยสั่งช่วยสอน          หัวใจคนเซ่อ             
พระคุณของเธอ            จะจดจำฝังใจจนตาย
ชอบรักเขา แล้วเขาไม่รัก  ชอบอกหักรักเขาข้างเดียว
อย่ารักเขา ถ้าเขาไม่รัก    จะอกหักหัวใจซีดเซียว

 


ส่งข้อความโดย chokchai วันที่ 29 ส.ค. 2553 เวลา 17:38 น. - IP Logged
มุมมอง chokchai's ประวัติส่วนตัว ประวัติส่วนตัว   ค้นหากระทู้อื่นๆ chokchai ค้นหา   Quote chokchai Quote   Send Private Message ส่งข้อความ  
chokchai
Gold Member
Gold Member
Thailand
27 มี.ค. 2551
137 Posts

เรื่องหนึ่งที่ทำให้ผมชอบเรียนรู้และไขว่คว้าหาความรู้อยู่เสมอ

      สมัยก่อนเมื่อตอนเป็นเด็ก  ก็จะวิ่งเล่นอยู่แถวหน้าศาลเจ้าที่อยู่แถวบ้านเป็นประจำ  ซึ่งก็มีคนแก่เผ้าศาลอยู่คนหนึ่ง  ได้ค่าจ้างเฝ้าศาลน่าจะราวๆ 300-500 บาทต่อเดือน  มีอยู่วันหนี่งลุงเฝ้าศาลจับลูกหนูได้  ดูรู้สึกว่าลุงจะดีใจ  ที่ได้ลูกหนูมาเป็นอาหาร  แล้วลุงก็หยิบลูกหนูตัวแดงๆหย่อนเข้าปากแบบเป็นๆ  เป็นเรื่องจริงนะครับ  เพราะยังจำภาพนั้นติดตาเลย  แล้วลุงเฝ้าศาลก็สอนผมว่า  ไอ้หนูสมัยก่อนนะลุงเป็นลูกคนมีตังนะ  แต่ว่าเกเรไม่ยอมเรียนหนังสือ  เอาแต่เที่ยวเต  พอโตขึ้นพ่อแม่ก็ตายหมด  สมบัติก็ขายกินไปเรื่อย  พอสมบัติหมด เพื่อนฝูงก็หายหมด เลยต้องมาเฝ้าศาล ได้เงินเล็กๆน้อยพอประทังชีวิต  จำไว้นะให้ตั้งใจเรียนหนังสือให้ดีๆ อย่าทำแบบลุง 

 

    หลังจากที่ทดสอบใช้น้ำมันมะพร้าวหีบเย็นแล้ว ปรากฎว่าดีจริง คงต้องใช้ตลอดไป วิธีใช้ก็คือ  อมกลั้วในปาก 10-20 นาทีแล้วคายทิ้ง  แล้วกิน 1 ช้อนโต๊ะตอนเช้าก่อนอาหาร 10-20 นาที  มีความรู้สึกว่าระบบขับถ่ายดีขึ้น  และสิวที่ชอบขึ้นที่คางก็ไม่ค่อยมี  แต่เห็นลูกค้าไปกินตอนเย็นก่อนนอนซึ่งจะทำให้อ้วนขึ้น  แต่ถ้ากินตอนเช้าจะทำให้ผอมลง

      ออกจาก จ.สกล ตอนเย็นวันเสาร์ มาถึง จ.นครราชสีมา ตี่หนี่งกว่า  พอเช้าวันอาทิตย์ก็เข้าไปหาลูกค้าที่นัดกันไว้แล้ว  แต่ลูกค้าโทรมาบอกว่าวันนี้ไม่สบาย  ก็เลยกลับเข้า กทม. กว่าจะถึงบ้านก็บ่ายกว่าๆ   ช่วงนี้งานเข้า   แต่ก็สนุกดี  ถ้าผ่านช่วงนี้ไปได้ต่อไปก็คงสบายๆ  ลูกค้าบางคนยังแซวเลย  อาชีพแบบนี้เสือนอนกิน  ปีหนึ่งมารับที 12,000 บาท ไม่ค่อยเห็นทำอะไรเลย  ผมก็ได้แต่ยิ้ม แล้วก็ตอบกลับว่า  สงสัยจะเป็นเสือลำบากนะครับ  ไม่ค่อยได้อยู่บ้านเลย ตะลอนไปพัฒนาโปรแกรมเพิ่มเติมทางโน้นทีทางนี้ที    

 


ส่งข้อความโดย chokchai วันที่ 30 ส.ค. 2553 เวลา 21:40 น. - IP Logged
มุมมอง chokchai's ประวัติส่วนตัว ประวัติส่วนตัว   ค้นหากระทู้อื่นๆ chokchai ค้นหา   Quote chokchai Quote   Send Private Message ส่งข้อความ  
chokchai
Gold Member
Gold Member
Thailand
27 มี.ค. 2551
137 Posts

 

กระบวนการแก้ปัญหา ระบบกระดูกข้อต่อที่เสื่อม ได้มาจากสื่อ 

1. กินข้าวกล้อง ข้าวซ้อมมือ ข้าวกล้องงอก

2. งดกินของหวาน  น้ำอัดลม และเครื่องดองของเมา (แป้งขาวและอาหารหวานทำให้เส้นเลือดแข็งและกรอบ กล้ามเนื้อจะแข็งตามไปด้วย เพราะเลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อได้ไม่ทั่วถึง ร่างกายจึงเริ่มปวด)

3. ลดเนื้อสัตว์ เนื้อหมู  ไก่ ไข่  นม ลงบ้าง กินถั่วเหลือง  เต้าหู้ และกินปลาด้วย อย่างน้อยอาทิตย์ละ 2-3ครั้ง

4. กินสาหร่ายทะเล  เมล็ดฟักทอง เมล็ดทานตะวัน  งา เป็นการเพิ่มแร่ธาตุ

5. กินยาแก้ปวด  แอสไพริน หรือ ไอบูโปรเฟน ดีกว่ากิน พาราเซ็ตตามอน  หรือ GLUCOSAMINE ช่วยให้กระดูกข้อต่อยืดหยุ่นดี*****น

6. กินวิตามิน C 1000 มล 1 เม็ด 3 มื้อ  , วิตามิน D 1000 มล. 1 เม็ด 3มื้อ, ไออาซิน(B3) 500 มล. 1 เม็ด 2 มื้อ เช้าเย็น 

7. ถ้าบริเวณที่ปวดบวมมากๆ ให้นำ ดีเกลือ 3 ช้อนโต๊ะ ใส่นำอุ่น 2 ลิตร แล้วนำบริเวณที่ปวดแช่ไว้ประมาณ 1 ชม.

8. น้ำส้มสายชูแอปเปิ้ลไซเดอร์ 2 ช้อนโต๊ะ ผสมน้ำผึ่ง 1 ช้อนโต๊ะ ใส่น้ำอุ่น จิบหลายๆครั้ง ทำให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น

 


ส่งข้อความโดย chokchai วันที่ 30 ส.ค. 2553 เวลา 22:06 น. - IP Logged
มุมมอง chokchai's ประวัติส่วนตัว ประวัติส่วนตัว   ค้นหากระทู้อื่นๆ chokchai ค้นหา   Quote chokchai Quote   Send Private Message ส่งข้อความ  
chokchai
Gold Member
Gold Member
Thailand
27 มี.ค. 2551
137 Posts

        ในการเดินทางไปทำงาน ตามจังหวัดต่างๆ ในบางครั้งก็จะทำการสะสมบุญ บารมี  คือ จะไปซื้อปลาดุ หรือเต่า ที่ตลาดสด  ไปปล่อยในแม่น้ำ     เมื่อปล่อยปลาเสร็จก็อธิฐานจิต ดังนี้

 

   "  ข้าพเจ้าได้มาปล่อยปลา เพื่อให้ชีวิตปลาในครั้งนี้    บุญกุศลที่ข้าพเจ้าได้ทำในวันนี้  ข้าพเจ้าขออุทิศแด่  องค์สัมมาสัมพุทธเจ้าและสาวกของพระองค์   อีกปวงเทพเทวดาอารักษ์  เหล่าฤๅษี  สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ทั้งหลาย  บิดา มารดา  เจ้ากรรมนายเวร    และขออธิษฐานขอให้บุญกุศลนี้ เป็นพละปัจจัยให้วิบากกรรมชั่วต่างๆของข้าพเจ้าหยุดการส่งผล และให้วิบากกรรมดีที่ข้าพเจ้าที่ได้สร้างสะสมมาส่งผลให้เกิดเป็นความสำเร็จ  มีเงินมีทองมากมาย มีที่ดินเป็นร้อยไร่ ปราศจากโรคภัย  มีความสุขกาย สุขใจ คิดสิ่งใดสมความปรารถนา นับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ทั้งในมนุษย์โลก และเทวโลก  เทอญ สาธุ "

 

 

    วีธีการนี้ได้มาจากหัวหน้าหน่วยงานเดิม  ท่านแนะนำมา และบอกว่าดีนะ  และเมื่อครั้งมีอุปสรรคปัญหาเข้ามาในชีวิต  ก็ได้ปล่อยเต่าครั้งแรก 9 ตัว  ปรากฎว่าชีวิตดีขึ้นตามลำดับ  ในการปล่อยปลาชนิดไหน ก็ควรงดกินชนิดนั้น  เช่นปล่อยปลาดุก ก็ไม่ควรกินปลาดุก  เป็นความเชื่อนะครับ 

 

วันนี้มาทำงานที่ จ.ตาก น่าจะอยู่ 2 วัน  จันทร์ อังคาร  2 หน่วยงาน  วันนี้ดูเหมือนไม่ค่อยสบาย มืนๆศรีษะ  อาจเนื่องมาจากนอนน้อยหรืออาจติดหวัดจากลูกค้า เห็นวันก่อน ลูกค้าที่ จ. สกล เป็นหวัดกัน 2-3 คน ไม่รู้ว่าจะติดมาหรือเปล่า กังวลนิดหน่อย  คืนนี้เลยกินยาป้องกันไว้ก่อน แอ็คติเฟต 1เม็ด  พารา 2 เม็ด 

 


ส่งข้อความโดย chokchai วันที่ 31 ส.ค. 2553 เวลา 20:24 น. - IP Logged
มุมมอง chokchai's ประวัติส่วนตัว ประวัติส่วนตัว   ค้นหากระทู้อื่นๆ chokchai ค้นหา   Quote chokchai Quote   Send Private Message ส่งข้อความ  
chokchai
Gold Member
Gold Member
Thailand
27 มี.ค. 2551
137 Posts

   มีเรื่องหนึ่งที่ทำให้ผมต้อง มีความกตัญญูต่อญาติผู้ใหญ่เสมอ

สมัยก่อนจะมีนิทานสอนเด็กทางวิทยุ  ซึ่งก็ชอบฟังประจำ แต่มีอยู่เรื่องหนึ่งประทับใจ เรียกว่าจำได้เป็นอย่างดี เรื่องมีอยู่ว่า


     "วันหนึ่งผมนั่งเล่นอยู่ภายในบริเวณบ้าน   และเหลือบไปเห็นลูกหนูตัวหนึ่งกำลังเดินหาอาหาร  และมีเศษข้าวสารตกอยู่พอดี   ซึ่งพอลูกหนูพบเศษข้าวสาร  แทนที่มันจะกินทันที  มันกับไม่กิน แล้เดินจากไป  ด้วยความสงสัย  เลยเฝ้าคอยดูต่อไป  พอสักครู่ลูกหนูก็พาแม่หนูที่ตาบอด  มายังเศษข้าวสาร  แ้ล้วให้แม่หนูที่ตาบอดกินเศษข้าวสารที่ตกอยู่   เป็นอะไรที่ประทับใจในความกตัญญูของลูกหนูเป็นอย่างมาก  นี่ขนาดเป็นสัตว์  ยังมีความกตัญญู  แล้วเราเป็นคนแท้ๆ  ก็ต้องมีควรมีความกตัญญูมากกว่านี้หลายเท่า "  

 

 


ส่งข้อความโดย chokchai วันที่ 01 ก.ย. 2553 เวลา 20:57 น. - IP Logged
มุมมอง chokchai's ประวัติส่วนตัว ประวัติส่วนตัว   ค้นหากระทู้อื่นๆ chokchai ค้นหา   Quote chokchai Quote   Send Private Message ส่งข้อความ  
chokchai
Gold Member
Gold Member
Thailand
27 มี.ค. 2551
137 Posts

      ก่อนหน้านี้  เวลาไปทำงานตามจังหวัดต่างๆ ก็จะขับรถยนต์ไป ซึ่งค่าน้ำมันค่าสึกหรอรถยนต์  ก็ไม่รู้หลอกว่าเท่าไหร่  เพราะเมื่องานเข้าไม่ว่าจะอยู่จังหวัดไหน ก็จะขับรถไปหาลูกค้าถึงที่  พอเมื่อจดทะเบียนเข้าระบบธุรกิจเป็นเรื่องเป็นราว  ได้มีการเก็บรายละเอียดต่างๆ โห ค่าน้ำมันกับค่าสึกหรอรถยนต์ ปีละ เกลือบ 2 แสนบาท  อะไรจะขนาดนั้น  สมัยก่อนรายได้ก็ไม่ได้มากมายเท่าไหร่  มิน่าละเงินไม่ค่อยเหลือ  ก็เลยปรับวิธีคิดใหม่  อยู่แบบใช้รถยนต์ส่วนตัวให้น้อยที่สุด  แล้วใช้รถสาธารณะเป็นส่วนใหญ่  ปรากฎว่าเงินเริ่มมีเหลือ  เลยนำเงินที่เหลือจากการประหยัดไปซื้อที่ดิน เป็นอะไรที่ดีใจมาก  แต่ก็บอกตามตรงทำแบบนี้ได้สองรสชาติ ทั้งลำบากและสบาย  ที่สบายคือไม่ต้องเหนื่อยขับรถวันละหลายชั่วโมง

   สมัยก่อนเวลาขับรถยนต์ไปทำงาน  ถ้าข้างหน้าจะมีเหตูการณ์คับขัน รถผมก็จะส๋งสัญญานเป็นเสียงแซกจากวิทยุติดรถให้ได้ยินก่อนเสมอ  (คล้ายๆกับเวลาจะมีโทรศัพท์เข้าก็จะมีคลื่นความถี่เสียงดังออกมาจากวิทยุติดรถซึ่งช่วงนั้งก็ไม่ได้มีใครโทรเข้ามา)   ทำให้มีความระมัดระวังมากขึ้น  เรื่องนี้คงพิสูตรให้ใครเชื่อไม่ได้  แต่ได้เกิดขึ้นกับชีวิตผมบ่อยครั้งมาก  เป็นอะไรที่เหลือเชื่อ   แต่ไม่บังอาจบังคับใจใครให้เชื่อ   แต่ความเชื่อบางอย่างก็อาจเปลี่ยนแปลงได้  ซึ่งความเชื่อที่จะคงอยู่ตลอดไปก็คือ บดสวดป้องกันอันตรายในยามที่มีปัญหากับชีวิต  คือ 

"พุทธัง  สะระณัง  คัจฉามิ    ข้าพเจ้าขอยึด พระพุทธเจ้า เป็นที่พึ่ง

ธัมมัง  สะระณัง  คัจฉามิ     ข้าพเจ้าขอยึด พระธรรม เป็นที่พึ่ง 

สังฆัง  สะระณัง  คัจฉามิ     ข้าพเจ้าขอยึด พระสงฆ์ เป็นที่พึ่ง "

 

  วันนี้ไปทำงาน 2 จัวหวัด 2หน่วยงาน  ช่วงเช้า จ.ราชบุรี   ช่วงบาย อ.ปราณ จ.ประจวบคีรีขันธ์ แต่ช่วงบ่ายร่างกายไม่ค่อยพร้อมอดนอน  เลยเขียนโปรแกรมแบบมึนๆ  แต่ก็สำเร็จด้วยดี


ส่งข้อความโดย chokchai วันที่ 05 ก.ย. 2553 เวลา 23:51 น. - IP Logged
มุมมอง chokchai's ประวัติส่วนตัว ประวัติส่วนตัว   ค้นหากระทู้อื่นๆ chokchai ค้นหา   Quote chokchai Quote   Send Private Message ส่งข้อความ  
chokchai
Gold Member
Gold Member
Thailand
27 มี.ค. 2551
137 Posts

       ถ้าใครเรียนสายวิทย์  ส่วนใหญ่จะไม่ค่อยเชื่อ ไสยศาตร์  เข้าทรง อะไรทำนองนี้  เมื่อก่อนผมก็เป็นเช่นนั้น  ก็เห็นทางทีวีมีแต่พวกหลอกลวง เช่นอาจารย์กู้  เณรแอร์ ...   แต่เมื่อวันหนึ่งอาจจะเนื่องจากทำบุญทำกุศลถึงจุดหนึ่งก็ได้  ทำให้มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์แสดง ปาฎิหารย์ให้เห็น  ไม่ได้เห็นคนเดียว  แต่ก็ลูกค้าที่ผมไปทำงานด้วยนี่แหละมีเรื่องทุกข์ร้อนใจ เลยจุดธูปอธิฐานให้ท่านลงมาช่วย แล้วก็ลงมาเข้าทรงกับหัวหน้าหน่วยงานที่ผมเข้าไปทำงานวันนั้นพอดี ซึ่งปกติปีหนึ่งก็ไปไม่กี่วัน  เป็นอะไรที่ไม่น่าจะบังเอิญขนาดนั้น  เมื่อเกิดการเข้าทรงต่อหน้าผม  ทุกคนในที่นั้นก็ลงไปนั่งพนมมือ ซึ่งผมก็ทำตาม  ตามสถานะการ  เสียงที่เคยได้ยินจากหัวหน้าหน่วยงานคนทรงก็เปลี่ยนไปเป็นคนแก่กว่าเดิม วันนั้นจำได้ว่าท่านได้เป่ากระหม่อมผม  แล้วให้ผมบีบมือคนทรงอย่างแรงๆ ผมก็ทำตาม  แต่ดูเหมือนมือคนทรงจะไม่มีความรู้สึกเจ็บ สงสัยจะเป็นการทำให้ผมเชื่อว่าเป็นของจริง  พอหลังจากเหตุการเข้าทรงผ่านไป  ก็เลยสอบถามที่มาที่ไปของเรื่อง  องค์ใดที่มาเข้าทรง  พอได้ฟังชื่อ ก็ยังไม่รู้จักว่าองค์ทรงคือผู้ใด  เพราะไม่มีในตำราเรียนเลย แต่ก็มาศึกษาประวัติท่านในภายหลัง  โห องค์นี้ดังมากในการให้โชคลาค และการรักษาโรคภัยไขเจ็บ  พอขากลับเข้า กทม. ระหว่างนั่งรถไฟ ผมก็ได้สังเกตุเห็นเลข 8 แสดงที่ฝ่ามือ ไม่ได้ขึ้นธรรมดาทั่วไป แต่เป็นลอยขีดนูลขึ้นมาชัดเจน ตั้งแต่เกิดมาก็ไม่เคยเห็นลอยลักษณะนี้มากก่อน  ด้วยความที่ไม่ชำนาญการเล่นหวย เลยหาเลขอื่นมาเพิ่มอีกหนึ่งตัว  ปรากฎว่าออกเลข 8 เหมือนกัน แต่ผมใส่เลขอื่นเพิ่มเข้าไปอีกหนึ่งตัวเลยไม่ถูก   กำลังหารูปองค์นี้อยู่  วันหลังจะนำมาแสดงให้ดู       

       วัน 2 ก.ย. 2553 ไปทำงาน จ.เลย   วันที่ 3 ก.ย. 2553 ไปทำงาน จ.สุรินทร์  วันที่ 4 ก.ย. 2553 ไปทำงาน จ.น่าน วันที่ 5 ก.ย. 2553 ไปทำงาน 2 จังหวัด ช่วงเช้า จ.พิจิตร  ช่วงเย็น จ.อุทัยธานี

 


ส่งข้อความโดย chokchai วันที่ 08 ก.ย. 2553 เวลา 19:34 น. - IP Logged
มุมมอง chokchai's ประวัติส่วนตัว ประวัติส่วนตัว   ค้นหากระทู้อื่นๆ chokchai ค้นหา   Quote chokchai Quote   Send Private Message ส่งข้อความ  
chokchai
Gold Member
Gold Member
Thailand
27 มี.ค. 2551
137 Posts

องค์ท่านที่มาแสดง ปาฏิหาริย์  ให้เห็น 

รูปปั้นท่านนั่งอยู่บนพระแท่น ด้านหลังโบส์ถพระแก้วมรกต วัดพระศรีรัตนศาสดาราม

บางคนบอกว่าเคยไป วัดพระแก้วแล้วหลายครั้ง  ไม่เห็นรูปปั้นองค์นี้เลย  

บอกตามตรง   ผมเพิ่มสงเกตุเห็น ไม่นานมานี้เอง  ทั้งๆที่  เคยไปวัดพระแก้ว มาไม่รู้กี่สิบปีแล้ว   

 


ส่งข้อความโดย chokchai วันที่ 08 ก.ย. 2553 เวลา 19:53 น. - IP Logged
มุมมอง chokchai's ประวัติส่วนตัว ประวัติส่วนตัว   ค้นหากระทู้อื่นๆ chokchai ค้นหา   Quote chokchai Quote   Send Private Message ส่งข้อความ  
chokchai
Gold Member
Gold Member
Thailand
27 มี.ค. 2551
137 Posts

รูปนี้จะเป็นสัญลักษณ์ ขององค์ท่าน ที่ปรากฎบนนิ้วมือ สมัยที่มีการอัญเชิญท่านมาปรากฎให้เห็นเมื่อหลายปีก่อน

เวลามองรูปนี้ลอง กระพริบตาถึ่ๆ และเพ่งดูสิครับ  เผื่อท่านให้เลขเด็ด  ดูดีๆนะครับ


ถ้าท่านต้องการตอบคำถามที่นี่ ท่านควรจะ  Login
ถ้าท่านยังไม่ได้ลงทะเบียน ท่านควรจะ  ลงทะเบียน

กระโดดไป หน้าที่ 7 เชิญตอบคำถามครับ ตั้งชื่อกระทู้ใหม่
พิมพ์รายงาน พิมพ์รายงาน

Powered by Vfoxware Forums ver. 1.0
Copyright ©2006-2010 Vfoxware Guide