|
สวัสดีปีใหม่ทุกฯท่านครับ
ผมอ่านบันทึกความทรงจำไม่ว่าจะเรื่องใด ของใคร ที่ผมรู้จักและผมไม่รู้จัก ไม่ว่าจะเป็นในหน้าที่/การงาน กระผมก็มีความสุขทุกครั้งที่ได้อ่าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไร?
สิ่งที่คิดว่า "เป็นความสุข" ของคนเรา มันแตกต่างกันครับ
ถ้าผมจะย้อนรอยชีวิตในครั้งอดีตของตัวผมเอง เท่าที่กระผมยังจะพอจำได้มีเพียงคำว่า
"Thought"
ผมเคยแปลและให้ความหมายว่า "ผ่านตลอด"
และสิ่งที่ผมแปลนั่นคือได้เกรด "ศูนย์" ในสิ่งที่ตัวเองแปล (ในวิชา ภาษาอังกฤษ) จากผู้ทรงคุณวุฒิ
ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา ผมมีความตั้งใจและแน่วแน่ ในปฏิธานของตัวเอง ผมจะไม่สอบ Entrance ที่หลายฯท่านมุ่งมั่นสู่ความเป็น "บันดิด" ในมลฑล Genius
และก็เป็นอย่างนั้นจริงฯครับ ชีวิตผมไม่เคยสอบ(ไม่คิดจะสอบด้วยซ้ำไป) เพื่อเข้ามหาวิทยาลัย "ชื่อดังของประเทศ" บนความใฝ่ฝันของ เด็กฯ ทุกคน ในยุคสมัยนั้น
ผมมุ่งดิ่งมาที่ มหาวิทยาลัยรามคำแหง และใช้เวลาอยู่ที่นี่ก็ 8 ปี (จริงฯน่าจะอยู่ 3 ปีครึ่งหรือ 4 ปี) แต่ก็แปลกครับ
ผมไม่มีความรู้สึกว่า "ภาคภูมิใจในมหาวิทยาลัยรามคำแหง" อีกเช่นเดียวกันครับ มันแปลกจริงฯครับ
ผมไม่มีความรู้สึกว่า "ภาคภูมิใจไม่ว่าจะเป็นมหาวิทยาลัยไหนฯ" อีกเช่นเดียวกันครับ มันแปลกจริงฯครับ
มีอยู่วันหนึ่ง ผมเดินผ่านที่พักคนงานก่อสร้างแห่งหนึ่ง และมีโชค/โอกาส/วาสนา ได้พบกับ "ท่านนักปราชญ์เดินดิน"
มีผัวเมียหนุ่มสาวคู่หนึ่ง และลูกน้อย 3 คน สามีอายุไม่น่าจะเกิน 20 ปี ภรรยาอายุไม่น่าจะเกิน 16 ปี ผมสังเกตุจากรูปร่างหน้าตาจากภายนอกเท่านั้น (ไม่ได้คุยกันเป็นการส่วนตัว เป็นการแอบมองอยู่ห่างฯ)
สองผัวเมียคู่นี้ (คำหรูหรา สองสามีภรรยา นั่นแหละครับ) ถ้าผมจะคาดเดาระดับการศึกษา/โอกาส
ผมคิดว่า เขียน กอไก่ ไม่เป็นแน่นอนครับ เมื่อมองในสภาพแห่งความเป็นจริง/ไร้ซึ่งการสร้างภาพเสมือนจริงที่ปรากฏอยู่ข้างหน้า ด้วยสายตาของตัวเอง
และความคิดนี้ ก็ไม่จำเป็นต้องอธิบายคำตอบให้ "อารยะชน" ทั้งหลาย ให้รับทราบหรือเห็นด้วยแต่ประการใด
ใช่แล้วครับ พวกเขากำลังล้อมวงนั่งกินข้าวกัน (ภาษาหรูหราเค้าเรียกว่า รัปทานอาหารร่วมกัน)
เจ้าตัวเล็กสุด นั่งบนตักแม่ดูดนม จุ๊บ จุ๊บ จุ๊บ แบบมีความสุข (เป็นผู้หญิง)
เจ้าคนโต (เป็นผู้ชาย) และเจ้าคนรอง (เป็นผู้ชาย) อายุอานามก็ไล่เลี่ยกันครับ หัวปีท้ายปี (ประโยคอมตะ อยู่บ้านนอกก็ลูกสามลูกสี่)
และเจ้าคนรองน่าจะเอาเสื้อ/กางเกงของเจ้าคนโตมาใส่ (ดูหลวมโพรก) เป็นชุดนักเรียนนะครับ ประเภทที่ว่า ผงซักฟอกซักไม่ออกก็แล้วกัน
กระเป๋าเสื้อ/กระเป๋ากางเกง ก็ดูไม่ออกเช่นกัน มันประสานกับรอยปะอย่างลงตัว
ใช่แล้วครับ ผมมองผ่านคำว่า "กินข้าว" หรือ "รัปทานอาหาร" โดยมีชีวิตจริงเป็นโจทย์บนสายตาของตัวเอง
พ่อแม่ลูก 5 คน มีจานข้าวอยู่ 5 ใบ มีช้อนอยู่ 3 ใบ (ภาษาหรูหรา สรรพนาม คัน เค้าเรียกอย่างนี้จริงฯครับ)
จานใบแรก เป็น กับข้าว พอสังเกตุเห็นและเดาได้ว่า เป็นปลาทู เพราะมันเหลือ หัวและก้าง นอนสงบนิ่งอยู่ก้นจาน
จานใบที่สอง เป็น ไข่ทอด (คำหรูหรา ไข่เจียวหมูสับ) พอสังเกตุเห็นและเดาได้ว่า เป็นไข่ทอด เพราะมันเหลือ เศษน้ำมันตกตะกอนอยู่ก้นจาน
จานใบที่สามและใบที่สี่ เป็นของ เจ้าตัวโตและเจ้าคนรอง มีข้าวอยู่พูลจาน มีเนื้อปลาทู มีไข่ทอด ดูแล้วชวนให้หิวเป็นยิ่งนัก (ท้องตัวเองเป็นคนบอกโดยที่สมองของผมไม่ได้สั่ง)
จานใบที่ห้า มีช้อนวางอย่างสงบนิ่ง อยู่ตรงกลางระหว่าง ผัวเมียคู่นี้ มีข้าวเหลืออยู่นิดหน่อย กับข้าว "ไม่มี" ข้าวมันหายไปไหน?
ด้วยสายตาของตัวเอง
มันพร่องไปจากจานใบที่ "ห้า" และไปเต็มเติมจาน "ใบที่สามและใบที่สี่" จนไม่เหลือข้าวในจาน "ใบที่ห้า"
จนกระทั่งเสียง จุ๊บเอิ๊ก จุ๊บเอิ๊ก จุ๊บเอิ๊ก ดังขึ้น แน่นอน มันเป็นเสียงยกขวดน้ำกระดกของสองพี่น้อง (เจ้าโตและเจ้ารอง ถึงจะโตถึงจะรอง ก็ยังเป็นเด็ก อายุก็ไม่น่าเกิน 3 ขวบ)
"แก้วไปไหน?"
แน่นอนครับ ขวดน้ำที่เด็กน้อย ยกกระดกใส่ปาก ไม่ระบุยี่ห้อ ไม่ระบุว่าดื่มได้หรือไม่
ให้เดาต่อก็น่าจะเป็นน้ำในคลองหลังที่พักคนงานนั่นแหละครับ... (อันนี้ไม่ยืนยันว่าใช่หรือไม่?)
"เมื่อท้องอิ่ม (ท้องน้อยฯของ เจ้าคนโต/เจ้าคนรอง/เจ้าตัวเล็ก)" เด็กตัวน้อยฯ ก็ยิ้มแบบมีความสุข ดวงตาแป๋ว หัวเราะ คิกคัก คิกคัก คิกคัก
เมื่อถึงตอนนี้ สองผัวเมียก็เท เศษ กับ ข้าว ที่เหลือทั้งหมดมารวมกัน และกิน (รัปทาน) อย่างเอร็ดอร่อย
จนกระทั่งเสียง จุ๊บเอิ๊ก จุ๊บเอิ๊ก จุ๊บเอิ๊ก ดังขึ้น (ผ่านไปอีกมื้อหนึ่ง)
สองผัวเมียก็ หัวเราะ ยิ้ม แบบมีความสุข เป็นน่าอิจฉาเป็นยิ่งนัก
มันเกิดอะไรขึ้น ผมไม่เข้าใจและงงไปสักพัก และผมคงจะไม่เข้าใจไปอีกนาน
"จะแบ่งความหิว และปันความอิ่ม จะแบ่งรอยยิ้มและความสดใสในใจที่ดี"
"พอเพียงและพอเผื่อ" นั่นคือความหมายที่แท้จริง
ยากยิ่งนักที่ "อารยะชนทั้งหลายจะเข้าใจ" กับคำว่า "พอเพียง" ของพระองค์ท่าน
ซึ่งบอกเล่า เข้าใจแบบผิดผิด เรื่อยมา อนิจจา ผู้มีปัญญาและผู้มีโอกาส ทั้งหลาย
ปล. ปีใหม่นี้ (วันเก่าผ่านไปวันใหม่ผ่านมาเสมอ) ผมจะมอบความสุขให้กับตัวผมเอง และผมขอให้ทุกฯท่านมีความสุขเช่นเดียวกันครับ
|